จ๊ะเอ๋เรียนด้านคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ค่อยมาพูดอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เลยเนาะ

วันนี้ขอโปรโมทเรื่อง "Open Document Format" (ODF) หน่อยละกัน

และเพื่อไม่ให้เกิดอาการงง ขอเกริ่นสั้นๆ คือ
ถ้าทุกอย่างมีมาตรฐานเปิดมันก็ดีไม่ใช่หรือ ?
ไม่ต้องผูกติดกับใคร ระดมสมองกันคิดสิ่งดีๆ ออกมาใช้ร่วมกัน
แล้วคนที่ได้ประโยชน์จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่คุณ

เอาไงดีน๊า เรื่องที่น่าจะเห็นภาพ แบบพวกกล้องดิจิตอลเนี่ย
ผู้ผลิตแต่ละรายก็ใช้ memory card คนละรูปแบบเลย
หรือแม้แต่ battery อีก รูปแบบก็แตกต่างกันน่าดู
คนเสียเปรียบจะใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่ผู้บริโภค
คิดดูสิ วันนึงถ้าเราเกิดอยากเปลี่ยนไปใช้กล้องยี่ห้ออื่นอ่ะ
พวก battery เอย memory card เอย ต้องโล๊ะใหม่หมดเลย

หรือเวลาผ่านไป 4-5 ปีอ่ะ บางทีของพวกนี้มันเจ๊ง
แต่บริษัทเค้าเลิกผลิตแล้วล่ะ จะทำอย่างไร

พูดง่ายๆ ว่าผู้บริโภคถูกเอาเปรียบอ้อมๆ นั่นเอง
..แต่อันนี้แนวๆ hardware เนาะ

ทีนี้เรื่องรูปแบบเอกสาร ก็เหมือนกันแหละค่ะ
ถ้าทุกอย่างมีมาตรฐานเดียวกันและเป็นมาตรฐานเปิดก็คงดีไม่ใช่น้อย
เอาเนื้อความบางส่วนมาให้อ่านละกัน
ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF

เมื่อสองสามปีก่อนตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ ผมได้ไปรื้อภาพถ่ายครอบครัวสมัยก่อนที่เก็บในกล่องใส่รองเท้า ผมสนุกกับการดูรูปภาพเหล่านี้มาก จนกระทั่งผมนึกขึ้นมาได้ว่าภาพความทรงจำเหล่านี้มีเพียงอย่างละใบเท่านั้น มีแค่ไม่กี่รูปที่อัดสำรองไว้มากกว่าหนึ่ง ให้ตายสิ

ผมทำสำเนาลงดีวีดี แยกเก็บไว้หลายแห่งตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงแจกไปยังญาติพี่น้อง อย่างไรก็ตาม ระบบการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายดีวีดีเกือบทั้งหมดจะหายไป!

....

มีคนเคยพูดไว้ว่า "เครือข่ายนั่นแหละคือคอมพิวเตอร์" ผมเลยแก้ปัญหาโดยการอัพโหลดรูปทั้งหมดไปไว้บนอินเทอร์เน็ต วิธีคิดของผมคือถ้าคุณอยากเก็บอะไรซักอย่างไว้ในกล่องรองเท้า คุณก็ควรจะจ้างมืออาชีพดูแลกล่องรองเท้าของคนอื่นให้มาดูแลกล่องของคุณด้วย บริการเว็บฝากรูปก็เช่นกัน มันน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเก็บรูปภาพก็ได้

แต่แล้วผมก็คิดต่อไปอีก...

มีอะไรรับประกันไหมว่าบริการฝากรูปพวกนี้จะคงอยู่ตลอดไป และผมสามารถเรียกรูปภาพของผมมาดูใหม่ได้ในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เทคโนโลยีเก็บรูปในอนาคตจะเป็นแบบไหน มันจะยังสามารถเปิดไฟล์แบบเก่าได้หรือไม่

นี่เป็นแค่ตัวอย่าง มาถึงตอนนี้คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่าทำไม Open Document Format เป็นเรื่องสำคัญ

ลองสมมติตัวเองเป็น ส.ส. ที่ร่างกฎหมาย, หมอที่ต้องเขียนประวัติคนไข้ หรือนักเรียนที่ต้องเขียนเรียงความก็ได้ ถ้าอีกห้าสิบปีข้างหน้า คุณอยากกลับมาแก้เอกสารพวกนี้อีกครั้ง คุณยังสามารถทำได้หรือเปล่า? ลองคิดดูว่าถ้าบริษัทที่พัฒนาโปรแกรมสำหรับแก้ไขเอกสารเหล่านี้ล้มละลาย หายไปจากตลาด หรือบังคับให้คุณจ่ายเงิน 10,000 เหรียญสำหรับโปรแกรมที่เปิดไฟล์รุ่นเก่าได้ ตัวอย่างเหล่านี้สอนเราว่า "เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ข้อมูลยังต้องคงอยู่"

แล้วเราจะทำอย่างไร?


สนใจเพิ่มเติมลองเข้าไปอ่านได้ ที่นี่ นะคะ

ปล. ใครที่อ่านแล้วเห็นด้วยก็ช่วยๆ กัน forward mail หรือ ทำ link ไปที่เว็บข้างล่างนี้นะคะ
http://www.blognone.com/node/3955

ขอบคุณที่สละเวลาอ่านกันน๊า ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ได้สาระความรู้มากมายเลยครับ

สุขสันต์วันตรุษจีนน้า

#1 By จั่นเจา on 2007-02-18 19:49

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้จ้า อาหมวยจ๊ะเอ๋
อ่านแล้ว ก็น่าคิดเนอะ
เทคโนโลยีก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ต่อไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้
ข้อมูลสำคัญของเราควรจะเก็บยังไง
ขอบคุณสำหรับสาระดีๆจ้า

#2 By cha_ame on 2007-02-18 22:11

อืม..เป็นแนวความคิดที่มีประโยชน์ดีนะครับ...เดี๋ยวจะตามไปอ่าน :D

#3 By minkyblueeye (58.10.143.37 /192.168.2.110) on 2007-02-19 08:09

สรรสาระมั่กมากเลยจ้าน้องเจ

#4 By n'baby (203.188.26.70) on 2007-02-19 11:21

โอ้...วิสัยทัศน์ไกลจริงๆ

เทคโนโลยีมันก้าวหน้า เครือข่ายต่างๆวิ่งเร็วเลยล่ะ บางทีแทบตามไม่ทัน

ยิ่งยุคข้อมูลข่าวสารนะ
อันสำคัญๆ เช่นข้อมูลในทะเบียนราษฏร์ประมาณนี้ ข้อมูลคนป่วยเอ่ย

ที่ปัจจุบนเค้าเก็บในความจำคอมพ์ใช่ป่ะ
ถ้าหายหรือติดขัดนี่ลำบากเลยล่ะ

เอาง่ายๆก็ได้ เช่นระบบการจ่ายตรงของข้าราชการในการรักษาค่าพยาบาลเนี๊ยะ
เดี๋ยวนี้ก็จ่ายในคอมพ์นะ

แต่ไม่เข้าใจว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าแล้ว
ทำไมไม่ออนไลน์กันทุกโรงพยาบาล

อยากทันสมัย แต่มือไม่ถึง
พี่ไม่เข้าใจระบบคนเทคโนโลยีอ่ะ
(อย่า...งงน่ะ อิอิ^^")

ตอนนี้เอกสารสำคัญๆ
พี่ก็เก็บทั้งในคอมพ์และก็มีเป็นเอกสาร(paper)ด้วยจ๊ะ บางทีไรท์ใส่แผ่นสำรองสองสามแผ่นก็มี

แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป
ไฮเทคสูง
สเปคเดิมมันต่ำ
แถมแผ่นมันเสื่อมไม่รู้จะใช้การได้ป่าว

ยังไงเอกสารกระดาษนี่ก็ถึงแม้ว่ามันใช้ไม่สะดวก แต่ก็คงพออ่านพอหาได้
พอสัมผัสได้ เมื่อเวลานานๆไปเนอะ

สรุปอ่านแล้วเกิดอาการงง
ก็งงไปก่อนนะจ๊ะ

เรื่องที่น้องเจนำเสนอน่าสนใจมากเลยล่ะ
สร้างนวัตกรรมสิน้องเจ ทำได้สุ๊ดยอดน๊า

#5 By na (203.146.63.187) on 2007-02-19 18:14

ช่วยโปรโมทแบบนี้รักตายเลย

#6 By mk (124.121.99.218) on 2007-02-19 21:05

โอ้ว เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีด้วย

#7 By BonNeverDie (125.25.200.118) on 2007-02-20 14:37

เฮียจั่นเจา
งงป่าวเอ่ย
สุขสันต์เช่นกันค่ะเฮีย

cha_ame
ไม่เป็นไรจ้า เอามาเผยแพร่อีกทีน่ะ

P'Mink
ลองไปอ่านหรือยังคะ
เป็นไงบ้าง มาเล่าได้นะคะ

P'Baby
สาระมากไปป่าวเอ่ยเจ้บีบี๋
ชักเริ่มสงสัยว่าจะงงกันมั้ยน๊า
บอกได้นะ จะได้ปรับแนวการเขียน

P'Na
โอ้ว.. เม้นท์จนเห็นภาพเลยค่ะ
เรื่องรพ. นี่เจก็ไม่ทราบเหมือนกันอะ ^^''

ขอบคุณที่ให้ความสนใจนะคะ
แต่แย่จัง..ทำเอาพี่งงเนาะ มีไรถามใน m ได้นะ

ส่วนเรื่องนวัตกรรมนี่ ยังนึกไรไม่ออกเลยอะ

mk


BonNeverDie
อืม เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปไวเนาะ

#8 By จ๊ะเอ๋ on 2007-02-20 22:37