เรียนไม่เก่ง ?

posted on 11 Aug 2007 11:03 by ja-ae  in Mii
เมื่อวานคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเก่า
ช่วงนี้เพื่อนรับจ๊อบสอนพิเศษให้น้องๆ ม.3
มีเรื่องข้อสอบของน้องๆ มาเล่าให้ฟัง
ข้อสอบแนวปรนัยที่อาจจะเคยเจอกัน
เอารูปนักวิทยาศาสตร์มาถามว่าชื่ออะไร วิจัยเรื่องอะไร
(บอกตรงๆ ว่ารู้สึกไม่ค่อยชอบคำถามแบบนี้ตั้งแต่เรียนแล้ว)
แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ choice ข้อ ง. ไม่รู้ว่าชื่ออะไร เพราะไม่เคยอ่านหนังสือ
ฟังแล้วแบบว่า !@#$%^&

เอิ่ม.. อ.กะจะส่งลูกศิษย์ไปแข่งเกมทศกัณฑ์หรือเปล่าเนี่ย

เคยรู้สึกไหมเวลามองอะไรใกล้ตามันไม่ชัด
แต่พอขยับมาอยู่ในระยะที่เหมาะสมมันชัดเจนขึ้น

มีใครจำเพลงนี้ได้บ้างน้า

Get this widget | Share | Track details

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟังเพลงนี้แล้วสะท้อนตัวเองยังงัยไม่รู้ ?!?

#1 By เต้ (124.120.245.229) on 2007-08-11 11:36

จำได้
เพลงนี้ ชอบมากกกกกกก
.
การศึกษาไทย น่าจะเปลี่ยน ระบบได้แล้ว นะเนี่ย
ไม่ชอบเช่นกัน ท่องๆๆๆๆๆ ท่องจำ

#2 By cha_ame on 2007-08-11 13:35

อ่ะ ไอ้ ชอยส์ ข้อ ง. นี่

ฮาจริงๆ

#3 By riddler on 2007-08-11 14:09

ซะงั้นน่ะ .......
ชอยส์ ... ง.

#4 By !2know ++ on 2007-08-11 14:42


มายกมือจำเพลงของผู้ชายจมูกโตคนนี้ได้ด้วยคน

ไม่ชอบคำถามแบบนั้นเลยค่ะ คุณจ๊ะเอ๋ .. สงสารเด็ก ๆ ต้องนั่งจำ ..

ส่วนอะไรใกล้ ๆ ตาน่ะ มองไม่ออกจริง ๆ นะ เค้าให้ถอยกันทั้งนั้น .. แต่ ณ เวลาตรงนั้น ใครจะถอยล่ะ ..

#5 By Smiley on 2007-08-12 03:58

เออ....แปลกๆแฮะ...อยากรู้จังว่าอาจารย์คนนั้นตั้งใจจะสื่ออะไร??

#6 By minkyblueeyes (58.64.55.171) on 2007-08-12 17:52

ขอโม้หน่อยว่า..พี่เคยชอบอุดมมากๆจนเคยเขียนจม.ไปหาเค้าฉบับนึง
แล้วเค้าก็ส่งมินิซีดีมาให้ 1 แผ่น ในนั้นมีเพลงที่เค้าแต่งเองทั้งนั้นเลย..รวมถึงเพลงที่น้องเจเอามาเปิดวันนี้ด้วย :D

แต่าเสียดายที่ตอนนี้มันหายไปไหนแล้วไม่รู้ :P 10 กว่าปีแล้วมั้ง

#7 By minkyblueeyes (58.64.55.171) on 2007-08-12 17:54

พี่อ่ะ แฟนพันธุ์แท้ เดี่ยวไมโครโฟนล่ะ

เพลงนี้ใช้ร้องในเดี่ยวนี่เน๊อะ..

ระยะเหมาะสม... เห็นด้วยอย่างยิ่ง

#8 By n'baby (125.25.178.152) on 2007-08-13 00:23

มีคนจำเพลงนี้ได้หลายคนเลย
เมื่อก่อนชอบเอามาเปิดฟังตอนช่วงสอบแหละ
ได้อารมณ์มาก

ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่มิ้งค์กับพี่เบบี้เป็นแฟนตัวยงกันขนาดนี้

>พี่มิ้งค์
เสียดาย cd จังเลยอะ หาให้เจอนะคะ

#9 By จ๊ะเอ๋ on 2007-08-13 10:34

ฮ่า...ฮ่า
ชอบเพลงนี้มากเลยล่ะ
สมัยเด็กๆวัยรุ่นอยากร้องดังๆกรอกรูหูคุณครูมากๆโดยเฉพาะคุณครูวิชาชีววิทยา สังคม และก็เคมี เกลียดมาก...ถ้าคุณครูไม่น่ารักไม่หล่อหน่อยหมดรมณ์เรียนเลยอ่ะ แห่ะๆ(จะโดนยึดเกรดคืนป่าวเนี๊ยะ :P

แต่ว่า..เคยมีอาการแบบนี้ป่าว
หลังจากสอบเสร็จแล้ว..ก็พากันลุ้นๆนะ
ทั้งๆก็รู้ความจริงอยู่แล้วว่าทำไม่ได้
เอาเป็นว่าอั้ยคนที่ลอกมันก็ยังอุตส่าห์ลุ้นน่ะ นึกแล้วก็ขำๆสมัยมัธยมยัน..มหาวิทยาลัยด้วยล่ะ ^^"

ลุ้นว่าใครจะได้ top ใครจะตก
อั้ยคนที่ท็อปก็ดีใจขนาด อั้ยคนที่ตกก็เหงาๆ บางคนก็ปกติ บางคนก็ไม่ซีเรียสอะไร

พี่เองเรียนก็ไม่เก่งนะ เอ้า..ขนาดคนเก่งๆ
เวลาจะสอบแต่ละทีกดดันนะ ไม่รู้ว่าข้อสอบจะออกมาแนวไหน เมื่อก่อนหลายๆคนก็อาจเจอประเภทออกตามใจฉันตามใจครูตามหนังสือวิชาการต่างๆ

ใครอ่านเจอ ตรงที่ครูเอามาออกก็ได้คะแนนเยอะ บางคนเต็มเลยก็มี
คือเค้าไปอ่านแค่ข้อสอบแล้วท่องเฉลยมาไง ซึ่งในความเป็นจริงถ้าวัดกันจริงๆเด็กคนนั้นอาจจะไม่รู้ไม่เข้าใจในเนื้อหานั้นๆเลย อาศัยเทคนิคที่ว่าจำได้จำดี
พูดง่ายๆสบายๆหูคือมีพรสวรรค์ในการจำยิ่งนักค่ะ ^^"

พูดถึงข้อสอบ อืมมม...อธิบายยาวนะเนี๊ยะ แห่ะๆ

จริงๆไม่ว่าข้อสอบจะออกมาแนวไหน
ทั้งปรนัย อัตนัย หรือโอเพ่นบุ๊ค

คนที่ถูกทดสอบก็อ่าน ท่องจำหัวฟัดหัวเหวี่ยงเลยล่ะ คือพูดในบางคนที่จริงจังกะการเรียนรู้...ใฝ่รู้ใฝ่เรียนนะคะ

โดยเฉพาะวิชาที่หากินได้กะคนหัวจำดีดี
"หัวดี...จำได้หมด"ประมาณนั้น คนพวกนี้จะชอบนะ อั้ยประเภทไปคิดคำตอบแบบด่วนในห้อง พวกจำจะไม่ค่อยชอบนะ

ส่วนมากจะพบในแบบสอบประเภทอัตนัย(Essay Test) แต่ในกรณีแบบตัวเลือก(choice)ยังดีกว่าประเภทกาถูกผิดนะ ซึ่งมันวัดความรู้/ไม่รู้ อ่อน/เก่ง ของผู้เรียนได้ค่อนข้างไม่เที่ยง(Reliability)สักเท่าไหร่ บางทีก้ไม่ครอบคลุมเนื้อหานะ

ดัชนีความสอดคล้องของข้อสอบหา(ค่า IOC)ได้ค่อนข้างไม่ชัดเจนอ่ะ ^^"

แห่ะๆ...งง ก็ช้อยข้อ ง. ป่าวเนี๊ยะ:P

เอ้า...เข้าเรื่อง 555..5
(หลายคนคงนึกว่าเข้าเรื่องแล้วอ่ะ
ใส๋เจียค่ะ แค่เรียกน้ำย่อย) อิอิ:P

ที่เจบอกเล่ามานั้นน่าจะเป็นวิชาวิทย์เนอะ
เอ่อ...ไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นเป็นของเพื่อนเจหรือว่าของอาจารย์ประจำวิชาที่สอนเด็กคนนั้นอ่ะ

งั้นพี่ตีความเป็นของอาจารยืประจำวิชานะ

ถ้ามองว่า..เอาภาพมาแล้วถามว่าคือใคร
วิจัยเรื่องอะไร อันนี้ก็เป็นข้อสอบที่ไม่ผิดนะ ถามว่าเหมาะสมไหม...อืม..ม ต้องดูที่เจตนาอาจารย์ประจำวิชาแล้วล่ะว่าต้องการให้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือทักษะการเรียนรู้ใดกะผู้เรียน

อีกอย่างต้องเรียนคุยกะอาจารย์เค้าแล้วล่ะว่า.. ตามจุดประสงค์การเรียน ซึ่งถ้าเป็นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พ.ศ. 2545(ปรับปรุง) เค้าก็น่าจะกำหนดตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายของสถานศึกษาและกลุ่มสาระการเรียนรู้ชัดเจนแล้วน๊า...

ย่อมาที่ตัวข้อสอบล่ะกัน
จริงหลักการของการสร้างข้อสอบแบบปรนัยก็มีนะคะ

ตัวเลือกมีตั้ง 4 ตัวแน่ะ
ช่วงชั้นที่3 ระดับมัธยมต้น มี3-4 ตัวเลือกก็เหมาะสมนะ

ตามหลักการสร้างข้อสอบ
มันก็มีเกณฑ์ที่ชัดเจนของมันอยู่แล้ว
ถ้าอาจารย์ที่เค้าเข้าใจและปฏิบัติได้เค้าก็ต้องคัดสรรข้อสอบมาแล้วล่ะ เพราะข้อสอบที่เป็นมาตรฐาน มันจะมีความเป็นปรนัย(วัดกี่ครั้งกีรอบๆค่าก็ยังคงเส้นคงวา หรือมีความคลาดเคลื่อนของตัวข้อสอบไม่ว่าจะแต่ละข้อหรือทั้งฉบับค่ามันจะน้อยมาก) มีค่าอำนาจจำแนก มีค่าความยากง่าย มีค่าความเที่ยงและความตรงในตัวข้อสอบค่ะ

จากช้อยข้อ ง. ที่เจงง(หรือป่าว)
พี่เข้าใจว่าน่าจะเป็นตัวลวงค่ะ

ข้อสอบหนึ่งข้อที่ได้มานั้น
ครูผู้สอนจะบอกได้ว่ามาอย่างไร

พี่ไม่ได้สอนแต่คิดว่า
ข้อสอบข้อนี้น่าจะมาจากสาระสำคัญของเนื้อหา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม(วัดได้สังเกตได้) ซึ่งตรงจุดประสงค์นั้น อาจารย์ต้องวัดความสามารถของนักเรียนด้านใดด้านหนึ่ง

ความสามารถที่ว่านั้น
พี่เชื่อว่าด้วยวิญญาณครูมืออาชีพ
ครูโดยเลือดเนื้อ ที่ไม่ลักไก่ จะรู้กันค่ะว่า

ความสามารถที่ต้องวัดผู้เรียนในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ที่เห็นได้เด่นชัดคือเวลาออกข้อสอบจะยึด Model ของ
Bloom's Taxonomy's Model มาวางเป็นตุ๊กตาในการสร้างแบบสอบ/ข้อสอบค่ะ

ความสามารถขั้นต่ำสุด
คือ
1. ความรู้ความจำ ---> ซึ่งต้องอาศัยความจำขั้นต่ำสุดของความสามารถเป็นพื้นฐานพัฒนาขึ้นสู่ความสามารถในขั้นต่อไป นั่นคือ
2. ความเข้าใจ ---> คำถามจะออกแนวใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

3. นำไปใช้

4. วิเคราะห์
5. สังเคราะห์
6. ประเมินค่า

ซึ่งบางคนก็เข้าใจว่า
ข้อสอบแบบปรนัยวัดแค่ความรู้ความจำ

จริงๆแล้วข้อสอบที่ได้มาตรฐาน(Standard Test) ตามคลัง/ธนาคารข้อสอบจะวัดได้ครอบคลุมเนื้อหาและเอื้อต่อความคิดที่จะให้ผู้สอบคิดนะ ตัวอย่างข้อสอบที่คิดว่าน่าจะได้มาตรฐานนะก็มีของสำนักทดสอบทางการศึกษาของ มศว. ของ กพ. ถ้าเป็นระดับประถมมัธยมพี่คิดว่าเท่าที่ได้สัมผัสก็เป็นของสสวท. ของสำนักนักพิมพ์แม็ค(อันนี้ยากจริงๆ)แต่เค้าก็มีคำอธิบายที่ชัดเจนนะ

วกมาที่ตัวลวงข้อ ง. ค่ะ
ตามหลักการวัดและประเมินผลแล้ว
ข้อสอบต้อง "วัดในสิ่งที่เรียนรู้"

ไม่รู้ไม่สอน ห้ามเอามาวัดโดยเด็ดขาด
เพราะการที่จะวัดความรู้ความสามารถของผู้เรียนนั้นต้องวัดในสิ่งที่สอนให้เค้ารู้ ถ้าวัดไม่ตรงกะนื้อหาที่สอน มันก็ไม่มีความหมายอะไร

จุดมุ่งหมายของการวัดที่สำคัญหลักๆคือ
1. วัดว่ารู้กะไม่รู้ อันนี้อิงเกณฑ์ ถ้าผ่านเกณฑ์ก็รู้ จะรู้มากรู้น้อยอีกระดับหนึ่งหรือเรื่องหนึ่ง

แต่การที่นักเรียนได้ 0 ไม่ได้หมายความว่านักเรียนไม่รู้เลย เพียงแต่นักเรียนอาจจะไม่รู้ในเรื่องนั้น ก็อย่าไปซีเรียสค่ะ
มันเป็นเพียงข้อสอบที่วัดทางอ้อม เครื่องมือที่ใช้วัดคือตัวข้อสอบ ซึ่ง ณ ปัจจุบันระบบการวัดและประเมินผลเค้าเน้นที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง คิดเป็นมากกว่าคิดได้

เพราะฉะนั้นเครื่องมือของครูที่ใช้สอบของครูยุคใหม่แอบมืออาชีพส่วนมากเค้าก็จะวัดด้วยเครื่องมือที่เหนือชั้นขึ้นมาอีก

เช่นการทำโครงงาน การทำโปรเจคเป็นเรื่องๆ การทำวิจัยแบบเบบี้ๆ 55..5
ยากกว่าข้อสอบแบบปรนัยวะอีก หมดสิทธิ์ท่องจำ หมดสิทธิ์เดาชัวร์ๆเห็นๆเลย^^"

2. วัดคนเก่งคนอ่อน
อันนี้จะประเมินแบบอิงกลุ่ม สังเกตจากเวลาพวกเราเรียนในชั้นเตรียมอุดมสิ

บางทีได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์
แต่ได้สูงสุดของกลุ่มก็ยังมีสิทธิ์ได้ A

เว้นแต่อาจารย์เค้าจะจำกัดหรือฟิกไว้ว่าตัดสุงสุดที่ระดับคะแนนใด ได้กี่เปอรืเซนต์ไทน์ถึงจะได้เกรดนี้ๆก็ว่ากันไป บางทีนักศึกษาก็มีส่วนร่วมในการตัดเกรด

จากทีพี่เรียนมาพี่ชอบการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม เพราะไม่ต้องอ่านมาก แห่ะๆ

ถ้าเอาแบบอิงเกณฑ์นอนก็ไม่หลับ
บางที่หลับยังฝันว่าสอบ แถมตกด้วยนะ
ร้องไห้ในฝันพี่ก็ฝันมาแล้วววววววว55..5

เพราะงั้นอยากบอกว่า
ข้อ ง. ถ้าคนที่เรียนและตั้งใจเรียนขณะครูสอนก็จะไม่เลือกหรอกค่ะ

อีกอย่างข้อสอบเค้าวัดเฉพาะคนที่เรียนค่ะ เพราะงั้นคนยังไม่ได้อ่านยังไม่เคยได้ยินถือว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ อย่างงเล่นน่า อิอิ:P


**** นั้นคือข้อสอบในส่วนของปรนัย
คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบและคลุกคลีโดยใกล้ชิด

ก็จะมองได้หลายๆนานาทรรศนะ
ซึ่งก็มีที่จริง ถูกต้องบ้าง
พลาดบ้างเป็นธรรมดา

ก็ไม่ว่ากัน...

สำหรับพี่แล้ว
ข้อสอบในส่วนของปรนัย
มันก็มีทั้งข้อสอบง่ายและข้อยาก
ถ้าง่ายหมด ยากหมด
มันก็วัดผู้เรียน /ความสามารถผู้เรียนไม่ได้ อย่างน้อยมันก็ต้องมีความท้าทายเพื่อที่จะพัฒนาผู้เรียน หรือส่งเสริมในด้านใดด้านหนึ่งค่ะ

บางคนคิดว่าน่าจะออกข้อสอบหรือคำถามที่ให้ผู้เรียนได้คิด แน่นอนค่ะ ครูเค้าก็เชียนข้อสอบอยู่หรอก มีปรนัยก็ต้องอัยนัยให้เด็กคิดในขั้นสูงกว่าขึ้นแน่นอน

แต่เราต้องมองที่ความแตกต่างของบุคคลด้วยค่ะ มองช้าๆนะ

คนเรามีอยู่สามจำพวกที่แบ่งได้ชัดเจนคือ บัวใต้ตม(ไอคิวต่ำ) โผล่ผิวน้ำนิด(ปกติ) และบัวชูสูง (ไอคิวสูง พวกอัจฉริยบุคคล)

ข้อสอบมันก็ต้องออกแบบคละๆกันทั้งง่ายและยาก เพื่อไม่ให้เกิดการ Bias ของคนสอบ

ถามว่าข้อสอบแบบปรนัยก็ใช้ความคิดนะคะ ถ้าออกข้อสอบเป็นไปตามลำดับการคิดขั้นของบลูม

แบบข้อสอบอัตนัยให้คิดก็บ่นอีกล่ะ
"ยากชะมัด"

"ไม่รู้เอาอะไรมาออก"

ซึ่งจริงๆมันก็อยู่ในตัวข้อสอบนั่นแหล่ะ
เพียงแต่เราอ่านผ่านๆไม่จำคำคีย์เวิร์ด
และไม่รู้จักแปลงหรือบูรณาการความคิด

แต่ว่าการที่จะคิดได้มันก้ต้องจำแล้วเข้าใจด้วย

พอตอบไม่ได้..บางคนก็โยนความผิดมาที่ข้อสอบ ตรงจุดๆนี้ เราก็ต้องมองความรู้ความสามารถเราด้วยค่ะ เป็นไปได้ไหมที่เราโดนถามปุ๊บตอบได้หมด (อย่าคิดว่าตัวเองคืออับดุลฯสิคะ) อิอิ:P

สิ่งที่เราตอบไม่ได้ต้องมีสาเหตุ
มีตัวแปรที่มันอาจจะแทรกซ้อน ณ ที่ใดที่หนึ่ง พยายามมองละเอียดไตร่ตรองอีกนิ๊ด จะรู้ว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อสอบเสมอไป

แต่ก็มีนะ ที่ตรวจสอบแล้วตรวจสอบเล่า
จากบางสำนักพิมพ์ที่อาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งขี้เกียจออกข้อสอบก็ไปคัดลอกเค้ามาทดสอบนักเรียน แล้วก็อธิบายให้นักเรียนเข้าใจไม่ได้ก็มี

อันนี้ก็ต้องโทษคนสอนล่ะ
โทษสำนักพิมพ์ด้วย ^^"

อย่างเกมทศกัณฑ์ก็ดีในบางความจำนะ
พี่หมายถึงว่า..จำภาพจำชื่อคนว่าเค้าทำอะไรยังไง นั่นก็ชื่นชมเค้านะที่จำได้

พี่ว่าเค้าไม่ได้จำอย่างเดียวหรอก
เพราะในระบบการแข่งขัน
มันต้องมีปัจจัยตัวแปรเช่นความตื่นเต้นมาแฝงนะ
การที่จะเลือกตอบหรือตัดสินใจนั้น
มันก้ต้องคิดอย่างไตร่ตรองแลบะรอบคอบค่ะ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีหลักการคิดเลือกตัดสินใจว่าใช่คนที่ตรงกะหน้านั้นหรือป่าว

พี่ชอบดูตอนน้องเดียว พัทธดล เล่นค่ะ
รู้สึกว่านอกจากจำได้ก็ยังคิดทันพิธีกรด้วย ฉลาดน่ารักค่ะ และก็ชอบตอนสาวๆสวยๆชอบใส่ชุดสีฟ้าๆนะ ทั้งสวยทั้งเก่งทั้งจำดี ตอบดี มีหลักการคิดและตัดสินใจ สมาธิเยี่ยมค่ะ

นอกนั้นดูๆก็ไม่ค่อยประทับใจ
จนไม่ดูอีกเลย แห่ะๆ

เอาเป็นว่า...ข้อสอบแบบไหนก็ไม่ต้องซีเรียสนะคะ ข้อสอบเป็นเพียงการวัดความสามารถคนทางอ้อม บางคนเรียนเก่งๆ แต่เอาชีวิตไม่รอดก็ถมไป สู้บางคนตาสีตาสาแถวสลัมบ้านนอกบ้านนาก็มีหรอกน่า

อีกอย่างข้อสอบจากบางสำนัก
บางสถานที่กวดวิชา เค้าก็ทำเป็นธุรกิจ

อ้อ...ยังมีบางข้อสอบนะที่ไม่ได้เรียน
เค้าก็สามารถเอามาสอบแข่งขันได้ค่ะ

ซึ่งข้อสอบแบบนั้นจะเป็นข้อสอบในการคัดเลือกตำแหน่งการทำงาน

ข้อสอบความรู้ทั่วไป

พูดถึงข้อสอบมันมีรายละเอียดอีกเยอะมาก ต้องลงเรียนเป็นครอสๆค่ะ

อิอิ:P

เหนื่อยพิมพ์แล้วอ่ะ
คาดว่าคนอ่านก็คงอ่านไม่จบ อิอิ:P

ที่สำคัญสโลแกนประจำใจ
ที่พี่ใช้เรียนคือ สอบตกไม่เหมือนตกต้นไม้ค่ะ ชิวๆ

เพราะไรเหรอคะ ก็เพราะว่า
"รักยังซ่อมได้
หัวใจยังสั่นไหว

นับประสาอะไร
กะข้อสอบปรนัย

ที่จะตอบได้ไม่ตรงใจครู"

อิ๊ววววววววว



ปล. ทุกสิ่งทุอย่าง ในระยะการมอง
เมื่อถึงจุดโฟกัสจะมองได้ชัดเจนที่สุดค่ะ

พยายามมองอะไรๆแบบมีจุดโฟกัสจะชัดทุกระบวนท่าแน่นอน อิอิ:P

แต่ว่าระยะแห่งความคิดถึงของพี่นา
ไม่มีโฟกัสนะจ๊ะ มาไม่มาก็ยังคิดถึงจ้า อิอิ:P



#10 By P'Na (203.113.17.148) on 2007-08-13 10:54